เที่ยว Ship Hi : ญี่ปุ่น : วันที่ ๓ : Enoshima-Kamakura-Yokohama
วันที่ ๒๓ พ.ย. ๒๕๕๙
3rd day : 001 Enoshima เดินทางจากชินจูกุโดยใช้ Tokyo Wide Pass ขึ้น JR สาย Shonan-Shinjuku ลงที่ Ofuna แล้วซื้อตั๋ว Kamakura-Enoshima เพื่อใช้ขึ้น Monorail ไปลง Enoshima Station จากนั้นเดินเดิน เดินและเดิน ใช้เวลาเยอะไปหน่อยกับการเดิน จริงๆมีเรือส่งที่ท้ายเกาะราคา 400เยน แต่ลองเดินดู มารู้ตัวทีหลังว่าจริงๆควรนั่งเรือแล้วเดินกลัมาจะประหยัดเวลากว่าเยอะเลย
3rd day : 002 Enoshima Iwaya Cave เดินกันกว่าครึ่งชัวโมงกว่าจะถึงอีกด้านของเกาะที่มีถ้ำน้อยๆอยู่ แต่ถ้ำบ้านเราสวยกว่านะ คงเพราะภายในถ้ำที่นี่ตกแต่งเพื่อให้คนเดินเข้าไปชมภายในถ้ามากเกินไปหน่อยจนเสียความเป็นถ้ำธรรมชาติไปเยอะ ส่วนขากลับนี่เดินหนักกว่า เพราะบันไดอันลาดชันกินกำลังขาไปเยอะทีเดียว สรุปกินเวลาไปกว่าสามชั่วโมงบนเกาะแห่งนี้ ขากลับเลยต้องใช้บริการรถบัสสิครับ นี่ยังไม่ทันได้ไปถึง Hase เลย หมดแรงแล้ว -..-"
3rd day : 003 Hase จาก Enoshima นั่งรถไฟสาย Enoden โดยใช้ Pass Kamakura-Enoshima day Pass ได้ด้วยนะ แต่เดินจากสถานีรถไฟฮาเสะไปถึงองค์พระประมาณ 500 เมตร ไปถึงตอน 16.00น. โดยประมาณ ปรากฏว่าเริ่มมืดแล้ว ร้านรวงต่างๆเริ่มปิด(เร็วไปมั้ยวะครับ) โชคดีได้แวะกินขนมปลาหมึกบี้แบน กรอบอร่อยได้กลิ่นปลาหมึกจริงๆเพราะวิธีทำเค้าเอาปลาหมึกไปใส่เครื่องบี้แบนจริงๆ กรอบอร่อย แต่มืดไวจริงจัง
3rd day : 004 Yokohama หนาวมาก จาก Hase เราแวะสถานี Kamakura Station แต่ปรากฏว่าเวลา 17.00น. ของคนญี่ปุ่นนี่คือปิดร้านรวงบ้านช่องกันหมดแล้ว ที่คิดไว้ว่าจะมาเดินเล่นชิงๆหาอะไรกินล้มละลายไปเรียบร้อย เราเลยใช้ Tokyo wide pass นั่งรถไฟ JR จาก Kamakura Station มาลงที่ Yokohama และนั่ง Local Subway ของ Yokohama มาเดินเล่นต่อที่ Redbrick และท่าเรือ และวางแผนจะไปต่อที่ China Town แต่อนิจจังผลจากการเดินหนักในวันนี้ทำให้รองเท้ายัยมิ้นพยศอ้าปากงาบๆ ต้องเอายางรัดผมรัดแล้วเดินหาร้านสะดวกซื้อเพื่อหาซื้อกาวช้างหวังว่าจะประทังชีวิตรองเท้าให้ไปต่อถึง China Town แต่พอซ่อมรองเท้าเสร็จก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ ฝนดันตกซะงั้นเลยต้องแบกสังขารกลับที่พักย่านชินจูกุอย่างน่าเสียดาย
3rd day : 001 Enoshima เดินทางจากชินจูกุโดยใช้ Tokyo Wide Pass ขึ้น JR สาย Shonan-Shinjuku ลงที่ Ofuna แล้วซื้อตั๋ว Kamakura-Enoshima เพื่อใช้ขึ้น Monorail ไปลง Enoshima Station จากนั้นเดินเดิน เดินและเดิน ใช้เวลาเยอะไปหน่อยกับการเดิน จริงๆมีเรือส่งที่ท้ายเกาะราคา 400เยน แต่ลองเดินดู มารู้ตัวทีหลังว่าจริงๆควรนั่งเรือแล้วเดินกลัมาจะประหยัดเวลากว่าเยอะเลย
3rd day : 002 Enoshima Iwaya Cave เดินกันกว่าครึ่งชัวโมงกว่าจะถึงอีกด้านของเกาะที่มีถ้ำน้อยๆอยู่ แต่ถ้ำบ้านเราสวยกว่านะ คงเพราะภายในถ้ำที่นี่ตกแต่งเพื่อให้คนเดินเข้าไปชมภายในถ้ามากเกินไปหน่อยจนเสียความเป็นถ้ำธรรมชาติไปเยอะ ส่วนขากลับนี่เดินหนักกว่า เพราะบันไดอันลาดชันกินกำลังขาไปเยอะทีเดียว สรุปกินเวลาไปกว่าสามชั่วโมงบนเกาะแห่งนี้ ขากลับเลยต้องใช้บริการรถบัสสิครับ นี่ยังไม่ทันได้ไปถึง Hase เลย หมดแรงแล้ว -..-"
3rd day : 003 Hase จาก Enoshima นั่งรถไฟสาย Enoden โดยใช้ Pass Kamakura-Enoshima day Pass ได้ด้วยนะ แต่เดินจากสถานีรถไฟฮาเสะไปถึงองค์พระประมาณ 500 เมตร ไปถึงตอน 16.00น. โดยประมาณ ปรากฏว่าเริ่มมืดแล้ว ร้านรวงต่างๆเริ่มปิด(เร็วไปมั้ยวะครับ) โชคดีได้แวะกินขนมปลาหมึกบี้แบน กรอบอร่อยได้กลิ่นปลาหมึกจริงๆเพราะวิธีทำเค้าเอาปลาหมึกไปใส่เครื่องบี้แบนจริงๆ กรอบอร่อย แต่มืดไวจริงจัง
3rd day : 004 Yokohama หนาวมาก จาก Hase เราแวะสถานี Kamakura Station แต่ปรากฏว่าเวลา 17.00น. ของคนญี่ปุ่นนี่คือปิดร้านรวงบ้านช่องกันหมดแล้ว ที่คิดไว้ว่าจะมาเดินเล่นชิงๆหาอะไรกินล้มละลายไปเรียบร้อย เราเลยใช้ Tokyo wide pass นั่งรถไฟ JR จาก Kamakura Station มาลงที่ Yokohama และนั่ง Local Subway ของ Yokohama มาเดินเล่นต่อที่ Redbrick และท่าเรือ และวางแผนจะไปต่อที่ China Town แต่อนิจจังผลจากการเดินหนักในวันนี้ทำให้รองเท้ายัยมิ้นพยศอ้าปากงาบๆ ต้องเอายางรัดผมรัดแล้วเดินหาร้านสะดวกซื้อเพื่อหาซื้อกาวช้างหวังว่าจะประทังชีวิตรองเท้าให้ไปต่อถึง China Town แต่พอซ่อมรองเท้าเสร็จก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ ฝนดันตกซะงั้นเลยต้องแบกสังขารกลับที่พักย่านชินจูกุอย่างน่าเสียดาย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น